สุดยอดของศิษย์ สุดยอดของครู ประมวลรวมอยู่ที่คุณยายอาจารย์
(ม้วน 1/A)
พระมหาสุธรรม : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบแทบเท้าพระ
ราชวรนายก พระเถรานุเถระทุกรูปผู้มีพรรษากาลแก่กว่ากระผม นมัสการเพื่อสหธรรมิกทุกรูป
เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และยอดกัลยาณมิตรผู้เป็นลูกหลานยายทุกท่านนะ (สาธุ)
หากไม่มีคุณยาย ก็ไม่มีหลวงพ่อ ไม่มีวัดพระธรรมกาย ไม่มีพวกเราที่สร้างความดีอย่างมีความสุขจนทุกวันนี้ นี่คือถ้อยคำที่กล่าวยกย่องคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงของหลวงพ่อธัมมชโย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ของพวกเรา ซึ่งท่านกล่าวแทนความรู้สึกในความเคารพบูชาจากใจลูกศิษย์ทุก ๆ คนที่มีต่อคุณยาย เมื่อนึกถึงคุณยายแล้วก็ให้นึกถึงภาพแห่งการสร้างบารมีที่งดงามของท่าน อาตมาได้ยินได้ฟังคุณธรรมความดีของคุณยายมาตั้งแต่เข้าวัดจนกระทั่งทุกวันนี้ ก็รู้สึกทึ่ง และอัศจรรย์ใจในคุณความดี ของคุณยายเป็นอย่างยิ่ง
ครั้งแรกที่เจอคุณยายตอนนั้นอาตมาก็ยังเป็นสามเณรตัวเล็ก ๆ เข้าวัดมาเมื่อปลายปี ๒๕๒๘ วันที่เจอคุณยายวันนั้นกำลังไปเรียนหนังสืออยู่ที่ ๒ ชั้นคืออาคารปุโรหิตา รู้สึกมีสายตาคู่หนึ่งมอง มองมา อาตมาก็เลยหันหน้าไปดูก็เจอคุณยาย ท่านมองจ้องอยู่ ตอนนั้นก็ยังไม่รู้สึกว่า คุณยายเป็นใครยังไม่รู้จัก แต่คุณยายก็ไม่ว่าอะไร คุณยายมองจ้องสักพัก แล้วคุณยายก็นั่งสามล้อผ่านไปมี พี่อารีพันธ์เป็นคนปั่นจักรยาน ปั่นสามล้อให้
หลังจากนั้นพอเริ่มเรียน ก็มาถามพระอาจารย์ใหญ่ พระมหาสุวิทย์ วิชฺเชสโก เป็นอาจารย์สอน ท่านก็เล่าให้ฟังว่า นั่นคือคุณยาย และก็เล่าคุณธรรมให้ฟัง แต่เนื่องจากเป็นเด็กก็จำอะไรไม่ได้ จำได้อย่างเดียวติดใจอย่างเดียวคือ คุณยายปัดลูกระเบิดได้และก็ช่วยพ่อจากนรกได้ อันนี้จำได้แม่นเลย ตอนนั้นเป็นเด็กก็เป็นเณรตัวเล็ก ๆ ก็ใฝ่ฝันอยากจะได้นั่งสมาธิ อยากจะปัดลูกระเบิดได้อย่างคุณยายบ้างนะ
พอพระอาจารย์ใหญ่เล่าคุณธรรมประวัติคุณยายให้ฟัง ทุกเย็นที่มาเรียนหนังสือก็สังเกตดูไม่กล้าลงไปข้างล่างเพราะว่ากำลังซนอยู่ พระอาจารย์ใหญ่บอกว่าคุณยายท่านไม่ชอบสกปรก ไม่ชอบคนที่ไม่มีระเบียบวินัย เพราะฉะนั้นก็กลัวว่าจะไปทำสิ่งที่ไม่ดีให้คุณยายเห็นก็เลยแอบดูอยู่ข้างบนสองชั้น (อาคารปุโรหิตา)
ตอนเย็น ๆ ประมาณ ๕ โมงเย็น ของทุกวัน คุณยายจะนั่งสามล้อซึ่งมีโยมพี่อารีพันธ์ปั่นมา พอปั่นมาถึงบริเวณที่ประตู ๓ นะ ทาง ๔ แยกและก็ลงรถจอดรถ คุณยายก็จะเอาข้าวสารมาเลี้ยงนกยูงบ้าง มาให้ไก่บ้าง ไก่นี่ก็จะวิ่งตามคุณยายเป็นพรวนเลยนะ คุณยายก็จะนั่งรถไป แล้วก็มองดูวัดตรวจวัดทุกวันเลย ไปที่ไหนก็มีไก่วิ่ง คุณยายก็เบิกบาน ดูคุณยายเบิกบาน มีความสุข ตรวจวัดทุกวัน อันนี้ภาพแรกที่ได้เจอคุณยาย แล้วก็ได้เห็นความบริสุทธิ์ ความเมตตาปรารถนาดีของคุณยาย ต่อตัวเอง และก็ต่อลูกศิษย์ทุก ๆ คน
ต่อมาเมื่อได้เรียนบาลีมากขึ้นและได้อยู่วัดนานมากขึ้น จนกระทั่งได้ไปอยู่ที่ ศอธ. (ศูนย์ฝึกอบรมธรรมทายาท) คือเนื่องจากพระเณรมากขึ้น ที่ของเราก็ซื้อ สองพันไร่เสร็จแล้วก็เลยไปสร้างศาลาเป็นอาคารกุฏิจากอยู่ อยู่ที่ตรงนั้นก็ได้ยินได้ฟังคุณธรรมของคุณยายผ่านจากพระอาจารย์บ้างจากพระพี่เลี้ยง อยู่เสมอ ๆ คุณธรรมคุณยายที่หล่อหลอมมานั้น ได้กลายมาเป็นกฎ ได้กลายมาเป็นวัฒนธรรมที่หล่อหลอมให้เกิดพระภิกษุสามเณรขึ้นมา
สมัยที่เป็นสามเณรอยู่ หลวงพ่อทัตตะชีโว อาจารย์ของพวกเราทุกคนนี่ ท่านก็ให้นโยบายว่า สามเณรที่มาอยู่ที่วัดมาจากที่ต่าง ๆ กัน ท่านอยากจะให้สามเณรไม่ใช่เรียนหนังสืออย่างเดียว ท่านฝึกให้ทำงานด้วย ท่านบอกว่ากลัวจะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ท่านว่าอย่างนั้น ก็เลยมีโครงการให้สามเณรนั้นทำงานร่วมกัน หางานให้ทำ คืออย่างไร คือหลังจากเรียนเสร็จแล้วนี่ ที่ดินของเราเป็นทุ่งนาโล่ง ว่างเปล่า ท่านให้ขุดดิน ขุดเป็นคูน้ำ ขุดมาเป็นร่องน้ำ ปลูกผัก
ถามว่ารถแบคโฮร์เราก็มีอยู่ ก็ทำไมไม่เอาแบคโฮร์มาขุด ก็ถามหลวงพี่ชิน ชินกุโล นะ ท่านเป็นพระพี่เลี้ยงอยู่ ท่านก็บอกว่าถ้าขุดแล้วมันจะได้อะไรล่ะ ขุดเราก็ขุดได้ เราไม่ได้ฝึกอะไร พอเราทำงานด้วยกัน เราเข้าใจเลย ซึ้งคำว่าความลำบากสร้างคน ความสบายทำลายคน ซึ้งเพราะอะไร เวลาทำงานหนัก ๆ เหนื่อย ๆ มันต้องรักกันนะ ถ้าเกิดไม่รักกัน ไม่เข้าใจกันนี่ เราจะทำงานไม่สำเร็จ ตอนนั้นก็แบ่งเป็นกลุ่ม ๆ มีหัวหน้ามีผู้ร่วมงานทำงานกัน คุยกัน ปรึกษากัน เมื่อทำงานหนักเราก็เหนื่อย ก็ต้องมีการพูดคุยกันบ้างอะไรอย่างนั้น
แต่เรามีความรักกัน และรุ่นนั้นน่ะ รักกันมากสามัคคีกันมาก และก็หล่อหลอม เป็นระบบที่หล่อหลอมสามเณรมาตลอดเลย และหลวงพ่อท่านก็ยังมีให้เณรฝึกอ่านธรรมบท อ่านหนังสือชาดกบ้าง ให้ฉันที่สภาธรรมกาย อาตมาที่ทำไมต้องพูดว่าหลวงพ่อท่านฝึกอย่างไร ฝึกเณรให้วิธีการอย่างไร ที่พูดอย่างนี้เพราะว่ามาไม่ทัน อาตมาเสียใจที่มาไม่ทัน ไม่เจอคุณยายแต่ว่าได้รับบทฝึกอย่างนี้ ก็ทำให้มองย้อนคิดว่า หลวงพ่อของเรา และพระ อุบาสก อุบาสิกา รุ่นบุกเบิกนี้ ได้รับการหล่อหลอม ได้รับการฝึกฝนจากคุณยายอย่างไร ด้วยความรักลูกศิษย์ ที่ต่อ ๆ มาท่านก็เลยมาหล่อหลอมมาฝึกลูกศิษย์อย่างนั้น
ถ้าพูดถึงความดีของคุณยายแล้วนี่ สรุปได้ประเด็นใหญ่ ๆ อยู่สองประเด็น คือคุณยายท่านเป็นลูกศิษย์ก็เป็นลูกศิษย์ที่ดีเยี่ยม จนกระทั่งหลวงพ่อวัดปากน้ำชมว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง คุณยายท่านเป็นอาจารย์ หน้าที่สองคือเป็นอาจารย์ ท่านก็เป็นยอดอาจารย์ในดวงใจของลูกศิษย์ทุกคน
ลองนึกดูว่าเรามีลูกคนหนึ่ง สองคนจะฝึกให้เป็นคนที่รักในการทำความดีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันเราจะฝึกได้กี่คน แต่คุณยายนั้นท่านฝึกลูกศิษย์ทุก ๆ คน ไม่ใช่คนหนึ่งสองคน แต่เป็นจำนวนมากมายเหลือเกินท่านฝึกได้ ให้เป็นคนที่รักในการสร้างความดี รักในการสร้างบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันนั้น จึงถือว่าคุณยายนั้นเป็นยอดของครูจริง ๆ ความสวยงามของภาพวาดนั้นอยู่ที่จิตรกร ความงดงามของรูปปั้นนั้นอยู่ที่ปฏิมากรทำขึ้น แต่ความยิ่งใหญ่ของคุณยายนั้นดูได้จากลูกศิษย์ของท่านทุก ๆ คนเลย
อาตมาไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดคุณยาย แต่ว่าเห็นคุณธรรมของพระภิกษุรุ่นบุกเบิกแต่ละรูปนั้น เห็นแล้วก็เกิดศรัทธาเลื่อมใส อันนี้ยกตัวอย่างคงไม่เป็นไร มีคนเล่าให้ฟังว่า พระอาจารย์ฐิต (ฐิตสุทฺโธ) พระครูสังฆรักษ์ของเราน่ะท่านเป็นคนรักษาของสงฆ์มาก ขันน้ำที่ท่านใช้ในการสรงน้ำนั้นเป็นขันพลาสติก ไม่รู้ว่าอายุนานขนาดไหนเก่ามาก พอดีว่าพระเณรที่เป็นอุปัฏฐากเห็นก็เลย ขันน้ำนี่ของอาจารย์มันเก่าแล้ว อ่ะ มันเก่าจนกระทั่งมันจะกรอบแล้ว ตกแล้วก็แตกเลยพูดง่าย ๆ เก่าแล้ว ก็เลยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจารย์ใช้ของเก่าก็เลยจะเอาไปทิ้ง ก็เลยเอาไปทิ้งที่ถังขยะ พอตอนเย็นมา พระอาจารย์ท่านมาดู เห็นเป็นขันใหม่ท่านก็ถามว่า อ้าว ขันเก่าไปไหน มันแตกเหรอ บอกไม่ใช่ครับ ผมเห็นมันเก่าก็เลยเอาไปทิ้ง พระอาจารย์ก็เลยรีบไปดูนะ ปรากฏว่าขยะนั้นเขาเก็บไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็เผาเรียบร้อยแล้ว
พระอาจารย์ท่านก็บอกว่า รู้ไหม ขันนั้นน่ะ ๑๐ กว่าปีแล้ว ขันพลาสติกนะ ใช้มา ๑๐ กว่า ปี หลังจากนั้นท่านก็เลยถามจีวรใช้มากี่ปีแล้ว ประคดใช้มากี่ปีแล้ว ๑๐ กว่าปีทั้งนั้นเลย แล้วตอนหนึ่งท่านเอาอังสะไปให้ซ่อม อังสะท่านขาด สามเณรก็เอาไปซ่อมที่สังฆภัณฑ์นะ ให้เขาเย็บ พอสามเณรกลับมา สงสัยท่านก็ระแวดระวังเป็นอย่างดีงานนี้นะ สามเณรกลับมาปรากฏว่าเป็นอังสะผืนใหม่อีก ท่านก็ถามสามเณรทำไมอังสะเก่าหายไปไหน สามเณรก็บอกว่าคนเย็บ เขาบอกว่ามันเก่าแล้ว ไม่ต้องมาเย็บ เพราะมันปรุมากแล้วเย็บจนกระทั่งไม่มีที่จะเย็บแล้วอย่างนั้น ก็เลยจะเปลี่ยนอันใหม่ให้ ว่าอย่างนั้นท่านก็เลยรีบเลยนะ เอาอังสะผืนใหม่นั้น ปั่นจักรยานไปที่สองชั้นเลย ไปขออังสะเก่าคืนโชคดีอังสะน่ะยังอยู่ ท่านก็บอกว่า ถ้าเกิดไม่เย็บท่านจะมาเย็บเอง
อันนี้เป็นคุณธรรมรักษาของ ทำไมพระเถระท่านถึงมีคุณธรรมรักษาของขนาดนี้ก็ไป อ่านเจอคำสอนคุณยายที่พระอาจารย์ใหญ่ ท่านรวบรวมไว้ คุณยายท่านบอกว่า ใช้น้ำเราก็ใช้ให้เป็นอย่าให้เป็นขี้ข้าน้ำ ใช้ไฟก็ใช้ให้เป็น อย่าให้เป็นขี้ข้าไฟ ทานข้าวก็ต้องทานให้หมด อย่าทานให้เหลือ เพราะของทุกอย่างนั้น กว่าจะได้มาญาติโยมก็จบแล้วจบอีก เราจะเป็นบาปนะ นี่คุณยายสั่งสอนและก็หล่อหลอมให้พระแต่ละรูปนั้นใช้ของอย่างที่ท่านต้องการ อย่างที่ท่านสั่งสอนไว้ แล้วนิดหนึ่งนะ พระอาจารย์ฐิตะนี่นะ ท่านรักษาของสงฆ์ดีจริง ๆ เลยนะ สังเกตดูของที่ท่านให้ทำนี่จะเป็นสแตนเลสทั้งนั้นเลยน่ะ ท่อน้ำก็เอาสแตนเลสนะ ท่อน้ำสแตนเลส โคมก็โคมสแตนเลสนะ โคมมาฆะเราก็โคมสแตนเลส ขนาดที่เผาขยะนะก็เป็นสแตนเลส สแตนเลสหมดเลย ท่านบอกว่าต้องอยู่ไปตลอดเลยนะ ท่านนี่รักษาของ เห็นคุณค่าในศรัทธาที่โยมได้ถวายมา
และก็มีหลวงพี่รูปอื่น ๆ นะ ที่พูดถึงเรื่องความเคารพ ที่เห็นประจำ ก็ยกย่องพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวเรานี่เห็นประจำเลย ท่านมีความอ่อนน้อม หลวงพี่ตักสรโณนะ ที่เจอท่านครั้งแรกนี่ เจอท่านท่านพนมมือไหว้เลย เราก็ตกใจเป็นเณร พระอาจารย์ครับผมเป็นเณร พนมมือไหว้ เราตก ใจรีบไหว้ ท่านใหญ่เลย ผมเป็นเณรครับพระอาจารย์ พอตอนหลังมาเจออีก วันที่สองท่านก็ไหว้อีก เจอ ๓ วันท่านไหว้อีก พระอาจารย์ผมเป็นเณร เจอท่านแล้วรีบบอกท่านก่อนเลยนะ นี้ได้ยินได้ฟังมาไม่ผิดเลยนะว่าคุณยายเจอใครนี่ไหว้ก่อน แล้วคุณธรรมนั้นถ่ายทอดมาถึงลูกศิษย์ของท่าน แต่ละรูปนั้นเชื่อแน่นอนว่าคุณยายท่านสั่งสอนจริง ๆ สั่งสอนหล่อหลอมจนกระทั่ง กลายมาเป็นลูกศิษย์ของท่าน กลายมาเป็นคุณธรรมที่เราเห็นกันทุกวันนี้
ถ้าพูดถึงคุณธรรมคุณยายนั้นมีมากมาย ไม่สามารถที่จะพูดได้ ก็จะขอพูดที่เจอกับตัวเองจริง ๆ คุณยายนี้ท่านมองสามเณรทุกคนด้วยความรักด้วยความเมตตา เวลาคุณยายท่านมาเยี่ยมสามเณรนี่ท่านจะไม่มามือเปล่า ท่านก็จะเอาช็อกโกแลตมาถวายสามเณรให้กำลังใจ เราจะเรียกกันว่า ช็อกโกแลตยายนะ คุณยายท่านมาถวายสามเณรท่านก็ลงจากรถนะ สามเณรก็จะมาหาท่าน จะมาล้อมท่าน อาตมาก็มาด้วย ในบางครั้ง เพราะได้ยินได้ฟังว่าคุณยาย ท่านรักความบริสุทธิ์ คุณยายมีศีลบริสุทธิ์มาก คุณยายมาถึงคุณยายก็จะไหว้สามเณรนะ ขนาดเป็นครูบาอาจารย์ ของครูบาอาจารย์ท่านไหว้สามเณร
อาตมานี่เป็นเณรตอนนั้น วันไหนรักษาศีลกระพร่องกระแพร่ง ก็ต้องหลบ บัง ๆ เพื่อนนะ กลัวยายไหว้ กลัวจะบาป (หัวเราะ) แต่คุณยายเวลาไหว้นะ คุณยายท่านไหว้กราดหมดเลย ไหว้รอบหมดเลย จนเราจะเห็น ก็ต้องหลบ ๆ คุณยาย วันไหนเราเจอคุณยายแล้ว เราศีลบริสุทธิ์หรือว่านั่งสมาธิดี เราตรึกธรรมะได้ก็อยู่ข้างหน้านะ (หัวเราะ) อยู่ข้างหน้าคุณยาย แต่ว่าวันไหนศีลไม่บริสุทธิ์ก็ต้องหลบข้างหลัง คุณยายมาเจอสามเณรคุณยายพูดกับสามเณรด้วยความรัก ด้วยความเมตตาว่า สามเณรอย่าดื้อ อย่าซนนะ เดี๋ยวจะถูกพี่เลี้ยงเขาตีเอานะ ท่านว่าอย่างนั้น แล้วคุณยายพูดบ่อย ๆ นะสามเณร อย่าดื้อ อย่าซนนะ เดี๋ยวจะถูกพี่เลี้ยงเขาตีเอา
แล้วคุณยายก็จะพูดต่อเสมอว่าสามเณรอย่าสึกนะ ให้สอบได้ประโยค ๙ ทุกรูปเลยคุณยายให้พรอย่างนี้กับสามเณร และคุณยายนี่เวลาสามเณรตั้งใจดูหนังสือใกล้จะสอบ คุณยายก็จะเอาช็อกโกแลตมามอบให้เรื่อย มาถวายเรื่อย ช็อกโกแลตก็ตั้งแต่ญาติโยมคนโน้นมาก็มาถวายคุณยาย คุณยายก็เก็บไว้มาให้สามเณรของท่าน ให้กำลังใจในการดูหนังสือ
ไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะ คุณยายสนับสนุนในการศึกษาของสามเณรแล้ว ก่อนจะสอบอ่ะ คุณยายยังได้ถวายปากกา ซึ่งภิกษุสามเณรจะเรียกกันว่าปากกายาย ปากกายายนี้ขลังทีเดียว ถ้าเกิดจะพูดถึงว่า อาตมาสอบมาได้อย่างไร ก็ต้องยกความดีความชอบให้คุณยายนะ เพราะใช้ปากกายายเขียน จนกระทั่งสอบได้ประโยค ๙ ด้วยปากกายาย ปากกายายท่านให้ คุณยายก็จะมีกุศโลบายในการให้นะ ใครที่ได้ปีแรก คุณยายก็ถวายปากกาด้วย ถวายไส้ด้วย แต่หลังจากนั้นมาคนที่ได้แล้วนี่คุณยายประหยัดมาก คุณยายถวายเฉพาะไส้นะ เพราะฉะนั้นห้ามทำหายนะ ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี ปีต่อมาถวายเฉพาะไส้ ไม่ถวายตัวปากกานะ ถวายเฉพาะรูปที่สอบใหม่ ๆ นะ ถวายปากกา
เวลาเราไปสอบ นั่งในห้องสอบ เราก็มีปากกายาย แล้วก็มีดวงแก้วยาย ลืมเล่าไปนะ คุณยายนี่ท่านมีกุศโลบายให้พระให้เณรรักในการปฏิบัติธรรม คุณยายท่านจะถวายดวงแก้วพระนี่ทุกองค์เลย วันเกิดคุณยาย ซึ่งเราก็จะเรียกกันว่า ดวงแก้วคุณยาย อาตมาก็ได้มาลูกหนึ่งรักมากเลย ไม่มี ไม่เคยได้ดวงแก้วที่ใหญ่ขนาดนี้ได้ใหญ่ที่สุดจากคุณยายนะ ๓ เซ็นครึ่งนะ ประมาณนั้นนะคุณยายถวายหลวงพี่รักษาไว้อย่างดี
คุณยายถวายแล้วมีถุงมาด้วย อาตมาก็พกติดตัวตลอดเลย เพราะดวงแก้วคุณยาย เวลาไปสอบนี่นะพกไปด้วย ปากกาก็มีปากกายายแล้วนะ เวลาเขียนไม่ได้ก็นึกมองข้างหน้าก็เห็นดวงแก้วยายนะ นึกถึงบุญ อันไหนไม่ได้ก็นึกถึงคุณยาย เพราะเวลาเขียนบาลี เขาจะมีเขียนจุดสักจุดก็ห้ามตกนะ ถ้าเกิดตกสักจุดหนึ่งนี่ก็ผิดเลย เพราะฉะนั้นศัพท์ไหนไม่มั่นใจก็นึกถึงคุณยาย มองดวงแก้วยาย ก็นึกถึงคุณยายแล้วก็เขียน คล้าย ๆ หลับตาเขียนเลย แล้วแต่ปากกาจะพาไป แล้วเป็นที่อัศจรรย์ปรากฏว่า พอมาตรวจเช็คดูถูกหมดเลย โอ้ เป็นความอัศจรรย์จริง ๆ เพราะได้ยายให้กำลังใจนี่เลยสอบได้ สอบผ่าน
ที่จริงแล้วนี่ถ้าเกิดพูดถึงญาณทัสสนะยายนี่แม่นยำมาก อันนี้ขอเล่านิดหนึ่งนะ แม่นยำมาก มีบางครั้งนะมีพระบางรูป เอาหนังสือไปให้คุณยายเปิดดูนะว่าจะตรงข้อสอบหรือเปล่า คุณยายจะสอบแล้วพรุ่งนี้ ให้ยายเปิดดู ยายก็เปิดให้นะ เปิดตรงด้วย เปิดตรงจริง ๆ เลย แต่ปรากฏองค์นั้นไม่รู้เป็นอย่างไร ไม่ได้ดูตรงนั้นสอบตก พอหลวงพ่อธัมมชโย ท่านรู้ หลวงพ่อบอก ห้ามไปให้ยายเปิดอีก ห้ามเลย เพราะอะไร กลัวเณรจะไม่ดูหนังสือจะรอให้ยายเปิดข้อสอบให้ นี่ญาณทัสสนะยายแม่นยำจริง ๆ
แล้วอาตมาเห็นกับตาตัวเอง วันนั้นวันกฐิน ที่สภาธรรมกายหลังนี้แหละ คุณยายมาถึงร่วมงานกับพวกเราตอนนั้นงานกฐินคุณยายก็นั่งข้างหน้า โยมพี่อารีพันธ์ ก็นั่งข้าง ๆ คุณยาย สักพักคุณยายก็ชี้มือไปข้างบน ชี้ไปข้างหลังอย่างนี้ ให้พี่อารีพันธ์ ดู พี่อารีพันธ์ก็หันไปดู แล้วก็พูดกับคุณยายอย่างไรไม่รู้ เพราะนั่งบนสเตทมองไม่เห็นไม่รู้ว่าคุณยายพูดอะไร แต่สักพักเหล็กที่พวกเราทำเป็นผ้าม่านขึงลงมาประดับร่วงลงมา ร่วงลงมาห่างคุณยายประมาณ ๑๐ เมตร ตอนนั้นอาตมาก็มองดูว่ายายชีก็เห็นเป็นผ้านะเหล็กที่ทำให้ผ้ามันตึงนะ ลมพัดก็แกว่งไปแกว่งมาก็ตรงระยะยายพอดี ยายก็บอกชี้ให้โยมพี่อารีพันธ์ดู เสร็จแล้วพี่อารีพันธ์ก็พูดอะไรไม่รู้ คล้าย ๆ ว่าคงไม่เป็นอะไรประมาณนั้นนะ สักพักคุณยายก็นั่งหลับตาสักพัก เหล็กหล่นลงมา ตกห่างคุณยาย ประมาณ ๑๐ เมตร อาตมาเห็นก็ อือ หือ! ญาณทัสสนะยายนี่ขนาดมองไม่เห็นนะ ยังรู้ว่าเหล็กจะตกลงมา
ที่เราได้ยินได้ฟัง คุณยายท่านรู้ใจ รู้จริง ๆ นะ เคยเจอกับตัวเอง ตอนเช้า ๆ สามเณรได้รับบุญนะ ไปกวาดวัดรอบวัด ทั้งหน้าวัดหลังวัด ไปกวาดแล้วก็แบ่งบุญกัน ก็ตอนเช้าก็ปั่นซาเล้งไป สมัยก่อนอนุญาตให้ปั่นซาเล้ง ก็ปั่นซาเล้งไปกันเป็นกลุ่ม ๆ ไปปั่นซาเล้งกวาดวัด ก็จะเจอคุณยาย บางครั้งคุณยายมาตอนเช้า คุณยายก็บอก มาเจอสามเณรกวาดแล้วก็เก็บด้วยนะ เพราะบางทีรีบไม่ได้เก็บ คุณยายก็จะบอก สามเณรกวาดแล้วต้องเก็บทุกครั้งนะ เพราะถ้าสามเณรไม่ได้เก็บ ไก่มันก็มาเขี่ย มันก็สกปรกเหมือนเดิมนะ หรือบางทีพวกแมลงหรือว่าพวกงู พวกสัตว์มีพิษก็จะมาอยู่ เวลาคนเขามาเก็บต่อก็จะถูกกัดได้ พวกเราก็เก็บทุกครั้งพอคุณยายมาบอก
แล้วยิ่งช่วงใกล้กฐินของคุณยาย คุณยายก็จะมาบอกนะ ตรงทาง ๔ แยกเดินมากับพี่อารีพันธ์ทุกเช้าเลย สามเณร ยายเป็นประธานกฐินนะ เอาบุญกับยายทุก ๆ คนนะสามเณร ยายพูดทุกวันเลย เราก็ยืนมองคุณยายนะ เราก็นึกว่า ตอนนั้นสามเณรมีหน้าที่เรียนหนังสือนะ ตอนเย็นก็ทำงาน เราจะทำอย่างไร จะช่วยบอกบุญกฐินคุณยายได้ เราก็ส่งจดหมายไปให้พ่อแม่บ้าง ให้ญาติพี่น้องบ้าง ส่งจดหมายไปอยากจะร่วมบุญกับคุณยาย แล้วก่อนงานสามเณรจะรับบุญจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ท่านจะให้เณรเตรียมสถานที่ คือจะมีฝ่ายรุกกับฝ่ายรับ สามเณรก็อยู่ในฝ่ายรับ เราก็ตั้งใจเตรียมเลยนะ วันงานกฐินยาย หลวงพี่ชินกุโลเป็นหัวหน้าแผนก
ก็ให้เราปลูกต้นไม้นะ ใครมาวันงานกฐินจะเห็นสามเณรจะปลูก ปลูกต้นดาวเรืองเต็มหมดเลย ทำอย่างไรจะช่วยยายได้ก็คือช่วยทำตรงนี้ได้ เท่าที่เณรมีความสามารถก็คือขนดินมาปลูกต้นไม้ประดับวัดให้ดูดีนะ บ้างครั้งถนน สมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้า ถนนที่ผ่านไปกุฏิสามเณรไม่มีไฟฟ้า เวลาขุดจะปลูกต้นดาวเรืองหรือดาวกระจายนี่นะ ก็ต้องเอาปูนขาวมาโรยเป็นจุด ๆ สามเณรจะเรียนหนังสือตั้งแต่เช้าถึง ๔ โมงครึ่ง ๔ โมง หลังจากนั้น ๕ โมงก็มารวมตัวกันแล้วก็มาทำงานประมาณ ๑ ชั่วโมงนะ แต่ว่าพอใกล้ ๆ งานกฐินแล้วทำไม่ทัน ก็ต้องจุดเทียน จุดเทียนทำไม จุดเทียนดูจุดที่จะขุด เราก็นึกไปนะ โอ้เราทำอย่างนี้นี่เพื่อจะได้ช่วยคุณยายนะ
และก่อนวันงานนะอาตมาและเพื่อน ๆ สามเณรก็ไปช่วยจัดดอกไม้ จะมีรูปคุณยายจัดไว้อย่างสวยเลย จัดแล้วดูแล้วดูอีกนะ เอาให้สวยที่สุดนะจะ มีป้ายว่าผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย จะมีรูปคุณยายใหญ่ ๆ ใครจำได้บ้างที่สภาธรรมกายหลังคาจากนะ เราจะคุยกัน แล้วเราก็จัดดอกไม้อย่างสวยเลย กฐินยายน่ะ เราก็จัดอย่างดีเลย อันนี้สามเณรก็ช่วย เต็มที่เลย
แล้วคุณยายบอกบุญไม่ใช่บอกแค่พวกเรานะ คุณยายมีวิธีการ คุณยายบอกบุญพวกเราเสร็จแล้วนะ คุณยายทำตัวอย่างให้ดูอย่างไร คุณยายไม่หยุดแค่ในวัด คุณยายนำบุกเลย บุกไปต่างจังหวัดทุกที่เลย ตอนนั้นทำให้เกิดกระแสบูชาธรรมคุณยาย เทกระเป๋าเลยนะ เททั้งหมดเลย สามเณรก็เททุกบาททุกสตางค์เหมือนกันนะ มีทุกบาท ทุกสตางค์เทไปหมดเลย ทุกบาททุกสตางค์จริง ๆ เลย เพราะฉะนั้นก็เททั้งหมดเลยนะ ตั้งแต่นั้นมา ก็ได้ช่วยรับบุญ งานคุณยาย อย่างเต็มที่ตลอดมา แล้วคุณยายนี่ พอหลังจากสอบประโยค ๙ ได้คุณยายก็ไม่ทอดทิ้งอีกนะ
อาตมาสอบประโยค ๙ ได้ปี ๒๕๔๑ คุณยายท่านก็นิมนต์ไปรับล็อคเก็ตยายนะ รับกับมือคุณยายอาตมาดีใจมากเลยนะ เพราะสอบได้ก็เพราะปากกายายไม่พอนะ สอบเสร็จก็ได้ล็อคเก็ตยายอีก คุณยายมอบล็อคเก็ตกับมือเลย ตอนนั้นคุณยายก็อายุ ๙๐ ปีแล้วนะ คุณยายก็นั่งบนรถเข็นนะ พอพระเณรมาคุณยายลุกขึ้นมาเลยนะ พี่อารีพันธ์ต้องประคองคุณยาย คุณยายจะลุกขึ้นมาถวายพระภิกษุสามเณรประโยค ๙ สอบได้ ๔ รูป มากที่สุดครั้งแรกของวัดพระธรรมกายของเรา
แล้วก็ปีนั้นอัศจรรย์นะเราได้อันดับหนึ่งของประเทศด้วย เพราะปากกายายจริง ๆ คุณยายก็มองล็อคเก็ตที่ให้ คุณยายก็บอกว่า “ท่าน อย่าสึกนะ” แล้วคุณยายพูดต่อว่า “ขอให้เป็นเจ้าคุณทุก ๆ รูปเลยนะ” เราก็สาธุใหญ่เลย คุณยายห่วงลูกศิษย์นะ ทั้งพระทั้งเณรเลย ตั้งแต่ให้กำลังใจในการสอบ จนกระทั่งสอบแล้วคุณยายยังให้กำลังใจต่ออีก ภาพนี้เป็นภาพที่ประทับใจนะ ประทับตราตรึงใจตลอดมา นึกขึ้นมาครั้งใดก็ยังเห็นคุณยายเลย นึกคุณยายปั่นนั่งสามล้อที่โยมพี่อารีพันธ์ปั่นตรวจวัดมีนกยูง มีไก่เดินวิ่งตาม คุณยายมาถวายช็อกโกแลตยาย มาถวายปากกายาย แล้วก็ถวายล็อคเก็ตยาย
ตอนนี้คุณยายท่านละไปแล้วนะ ก็ไม่รู้ว่าใครจะถวายปากกายายต่อก็คงต้องเก็บปากกาไว้นะ ปากกาที่คุณยายถวายไว้ เก็บไว้เป็นที่ระลึกของคุณยาย นี้ความประทับใจของอาตมาเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งที่ประทับใจในคุณธรรมของคุณยาย ว่าถ้าจะพูดถึงคุณธรรมคุณยายนี่มากมายมหาศาลทีเดียว สิ่งที่เราได้เห็นนี่เป็นเพียงเล็กน้อยอย่างที่บอกไว้น่ะ คุณยายเป็นลูกศิษย์ ก็เป็นลูกศิษย์ที่ครูบาอาจารย์ยกย่องว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง เป็นครูบาอาจารย์ก็เป็นครูบาอาจารย์ที่เป็นยอดในดวงใจของศิษย์ทุกคน เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดนี้ ขอให้พวกเราทุกคนปฏิบัติธรรมเพื่อบูชาธรรมคุณยายกันทุก ๆ คนนะ ทำใจสบาย ๆ
(หมดม้วน 1/A)
(เริ่มม้วน 1/B)
คุณยายท่านรักลูกศิษย์ทุก ๆ คนเลย แม้จะละสังขารไปคุณยายก็สั่งไว้นะ ว่าถ้าเกิดใครรักยาย เคารพยายก็ขอให้เอาอย่างยาย และก็ให้ปฏิบัติธรรมให้ได้อย่างยายนะ คุณยายท่านรักลูกศิษย์ทุก ๆ คน จะหาครูบาอาจารย์ไหนที่เสมอเหมือนนี่หายาก แม้กระทั่งละไปแล้วก็ยังฝากฝังโอวาทให้พวกเราทุกคน รักในการปฏิบัติธรรม ขอให้พวกเราทุกคนทำตามโอวาทของท่าน ให้ปฏิบัติธรรมอย่างยาย ให้ได้เข้าถึงพระธรรมกาย ได้เข้าถึงดวงธรรมที่สว่างไสวอย่างคุณยาย เพราะคุณยายท่านเป็นนักสร้างบารมีที่ยอดเยี่ยม ก่อนจะละสังขารไปนั้นคุณยายยังได้นิมนต์พระเป็นตัวแทนสงฆ์ไปถวายปัจจัย ไปถวายผ้าไตร เพื่อที่จะได้เป็นประธานกฐิน เพื่อที่จะได้รวบรวมปัจจัยมาสร้างลานธรรม รอบมหาธรรมกายเจดีย์ของเรา
คุณยายนั้นท่านรัก เคารพบูชาธรรมครูบาอาจารย์ คือหลวงพ่อวัดปากน้ำมาก ท่านก็อยากจะบูชาธรรมหลวงพ่อวัดปากน้ำ โดยการสร้างลานธรรม บูชาธรรมครูของท่านด้วยใจ เพราะฉะนั้นเมื่อเรานึกถึงคุณยาย นึกถึงความดีของคุณยาย ในฐานะที่เราเป็นลูกศิษย์สิ่งที่เราทำความดีตอบแทนท่านได้ ในขณะนี้ก็คือการปฏิบัติบูชา และการสานต่อเจตนารมณ์ที่คุณยายท่านได้ฝากฝังไว้ให้สำเร็จ เราจะได้ชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ที่รักและเคารพครูบาอาจารย์อย่างจริง ๆ
ให้พวกเรานึกถึงคุณยายแล้วก็ตั้งใจปฏิบัติธรรมกันให้ดี ให้เห็นคุณยายสว่าง อยู่กลางใจของเรา กลางใจ กลางกายของคุณยายนั้น มีธรรมะ มีพระธรรมกายนับไม่ถ้วน แล้วก็ขอให้คุณยายนั้นปกปักษ์รักษา คุ้มครองพวกเราทุกคน ให้เราทุกคนปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงธรรมะอย่างคุณยาย และให้เจริญขึ้นไปในหน้าที่การงานต่าง ๆ ให้เราอธิษฐานจิตขอพรคุณยายตามใจปรารถนาทุกคนนะ
(นั่งสมาธิ)
สัพเพพุทธา…. (หมดม้วน 1/B)
******************************* จบ *******************************
หน้า PAGE 1
430929FW-AAT