ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

670505_ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย จากต้นฉบับโอวาท_วันเสาร์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ เวลาบ่าย 14.30น. วันนี้เป็นวันสำคัญที่พวกเราจะได้ตักตวงบุญจากเนื้อนาบุญ ผู้เป็นอายุพระศาสนา เราจะได้บุญใหญ่ เป็นเสบียงไปสู่หนทางสวรรค์และนิพพานในภพเบื้องหน้า โอกาสดีอย่างนี้หาได้ยากในโลก พวกเราทุกคนพึงตั้งใจทำความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย เพราะพระรัตนตรัยเป็นแหล่งกำเนิดแห่งบุญกุศลที่จะทำให้เราได้สำเร็จสมปรารถนาทุกอย่าง กระทั่งได้บรรลุมรรคผลนิพพาน เนื่องจากว่าพระรัตนตรัยมีอานุภาพยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อบุคคลเลื่อมใสในพระรัตนตรัยอันเลิศ คือ เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลอันเยี่ยม เลื่อมใสในพระธรรมอันประเสริฐ ซึ่งเป็นที่สิ้นไปแห่งความกำหนัด เลื่อมใสในพระสงฆ์ผู้เลิศ ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญอันเยี่ยม แล้วได้ถวายทานในพระรัตนตรัยในอันเลิศนี้ บุญอันเลิศย่อมเจริญ อายุ วรรณะ สุขะ ยศ เกียรติ และพละอันเลิศ ย่อมเจริญแก่บุคคลนั้น เพราะฉะนั้น ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย จึงเป็นทางมาแห่งบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ไพศาล เป็นทางแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิต ความสมบูรณ์พร้อมทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยการสั่งสมบุญ บุญกุศลที่เราได้ทำนี้ จะเป็นเสบียงติดตัวเราไปในภพเบื้องหน้า ให้เราได้สร้างบารมีอย่างสะดวก สบาย เราจะมีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องบังเกิดขึ้น เพราะเราได้นำออกดีแล้ว คือ ได้ให้ทานด้วยจิตที่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ทำถูกเนื้อนาบุญ ถูกอู่แห่งบุญ เหมือนนักสร้างบารมีในกาลก่อน ท่านก็ขวนขวายสร้างมหาทานบารมีกับเนื้อนาบุญ จะไม่ยอมให้โอกาสแห่งการสร้างบารมีหลุดลอยไป เพราะโอกาสดีอย่างนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยาก ท่านจะทุ่มเทชีวิตจิตใจ ทุ่มบุญอย่างสุดตัว สุดหัวใจ ฉะนั้นเวลาผลบุญบังเกิดขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องเกิดขึ้น เหมือนอย่างท่านโชติกเศรษฐี ท่านเมณฑกเศรษฐี ท่านชฏิลเศรษฐี ซึ่งเรื่องนี้มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก ท่านชฏิลเศรษฐี เคยทำบุญบูชาพระเจดีย์ด้วยดอกไม้ทองคำ ด้วยผลแห่งบุญนั้น เวลาที่ท่านปลูกเรือนขึ้นบ้านใหม่ พอก้าวเท้าข้ามธรณีประตู ก็ปรากฏความอัศจรรย์ขึ้นที่หลังบ้าน ภูเขาทองคำสูง ๘๐ ศอก ก็ผุดเกิดขึ้นมา พร้อมกับจอบเพชรด้ามทอง เอาไว้สำหรับขุดภูเขาทอง ที่ขุดไปเท่าไรก็ไม่รู้จักพร่อง คือ ขุดออกไปแล้วก็กลับงอกขึ้นมาใหม่เหมือนเดิม แม้ท่านจะมีสมบัติมากอย่างนี้ ท่านก็ยังอยากจะสร้างบารมีให้ยิ่งขึ้นไปอีก ท่านได้สละทรัพย์ให้ทานจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่อิ่มใจ อยากจะอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนา ท่านจึงปรารถนาจะออกบวช ก่อนบวชได้ส่งคนออกไปสืบดูว่า ในโลกนี้มีใครรวยเหมือนกับท่านบ้าง ก็ปรากฏว่า มีท่านเมณฑกเศรษฐี ซึ่งมีแพะทองคำตัวโตเท่าช้าง เป็นแพะกายสิทธิ์ ใครอยากได้อะไรก็ไปหยิบเอาจากปากแพะก็จะได้สมปรารถนา ยิ่งมีสมบัติมาก ท่านก็ยิ่งให้ทานมาก เอาสมบัติต่อสมบัติ เอาบุญต่อบุญ ให้ไปเท่าไรก็ไม่หมด เพราะยิ่งให้ก็ยิ่งได้ จึงมีความรู้สึกว่า ทรัพย์ภายนอกเราพอแล้ว อิ่มแล้ว อยากจะได้อริยทรัพย์ภายใน ที่ได้ครอบครองแล้วปลื้ม ปลื้มอกปลื้มใจไปตลอดชาติ ดังนั้นท่านจึงออกบวช แล้วในที่สุดก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ อีกท่านหนึ่ง คือ ท่านโชติกเศรษฐี ท่านมีขุมทรัพย์ที่ตักไม่พร่อง มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านโชติกเศรษฐีได้เอาผ้ากำพลเนื้อดี มีค่าแสนหนึ่งให้คนรับใช้ คนรับใช้รับแล้วก็ร้องไห้บอกว่า เขามีความผิดอะไร ถึงได้ให้ผ้าเนื้อหยาบอย่างนี้ ซึ่งที่จริงผ้ากำพลเป็นผ้าเนื้อดีที่สุด ที่พระราชาสมัยนั้นใช้กัน โชติกเศรษฐีก็บอกว่า ไม่ได้ให้เอาไปใช้หรอก ให้เอาไปทำผ้าเช็ดเท้า นี่เขารวยกันขนาดนั้นทีเดียว แม้แต่คนรับใช้กระแสบุญก็ยังดึงดูดให้มาใช้สมบัติร่วมกับนาย สิ่งอัศจรรย์อย่างนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะท่านผู้มีบุญเหล่านั้น ได้เคยทำบุญชนิดทุ่มสุดใจและทำถูกเนื้อนาบุญ เพราะฉะนั้นบุญกุศลเป็นสิ่งสำคัญ จะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราสมปรารถนาในทุกสิ่ง เราจะบรรลุจุดหมายปลายทางของชีวิตได้ก็เพราะบุญ