คุณอาประวาท
ระลึกถึง คุณโยมประวาท บุนนาค
ประธานกฐินคนแรกของวัดพระธรรมกาย
ประธานสร้างสภาธรรมกายสากล
ยอดนักสร้างบารมี..ผู้มีหัวใจไม่เกี่ยง
สภาธรรมกายสากลที่เรากำลังนั่งศึกษาธรรมะ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรมกันอยู่นี่ แต่เดิมไม่ได้เป็นอย่างนี้หรอกนะ แต่เดิมก็เป็นท้องนาโล่ง ๆ ในฤดูฝนก็แฉะ ฤดูหนาวแผ่นดินแข็งกระด้าง ฤดูร้อนพื้นดินก็แตกระแหง ปกคลุมด้วยหญ้าที่ขึ้นกันรกรุงรัง
หลวงพ่อก็มาพิจารณาดูว่า เราน่าจะสร้างสภาธรรมกายสากลหลังใหม่แทนสภาธรรมกายหลังคาจาก เพราะว่าสมาชิกที่มาปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่เดิมคิดว่า สร้างที่สภาหลังคาจากนั่นก็จะเพียงพอแล้ว เพราะจุคนได้เป็นเรือนหมื่น แต่แล้วปรากฏว่า มันก็ไม่พอ สาธุชนมากันล้นสภาหลังคาจาก แล้วก็มีแนวโน้มว่าจะล้นมากขึ้น จึงตัดสินใจมาสร้างสภาธรรมกายสากลหลังใหม่ สร้างให้เต็มที่เลย คิดว่าจะรองรับคนเป็นเรือนแสนได้ แต่งานที่ผ่าน ๆ มา เราจะเห็นว่า มันชักจะไม่พออีกแล้ว แต่ก็คงจะหยุดไว้แค่นี้ ไม่คิดขยายอะไรกันต่อไป
ตอนนั้นก็ดำริว่า เราจำเป็นจะต้องสร้างสภาธรรมกายสากล ก็เริ่มมองหาต้นบุญ เหมือนต้นบุญสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ต้นบุญสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี
ก็มองตรวจตราดูว่า ในช่วงนั้น ใครมีบุญที่จะรองรับได้ ที่จะเป็นต้นบุญสร้างสภาธรรมกายสากลที่จะทำให้การก่อสร้างนั้นก้าวหน้าขึ้นไปสู่ความสำเร็จได้ ก็ใช้วิธีฝันในฝันไปเรื่อย จนกระทั่งฝันไปเจอ กำลังบุญของท่านนี้เต็มเปี่ยม ล้นปรี่ สว่างไสวอยู่ในศูนย์กลางกายวูบวาบทีเดียว ต้องท่านนี้ที่เป็นต้นบุญได้ดี แล้วเดี๋ยวทุกอย่างก็จะดี จะนำมาซึ่งความสำเร็จ
ต้นบุญสร้างสภาธรรมกายสากล ท่านนั้นก็คือ คุณโยมประวาท บุนนาค
หลวงพ่อติดปากเรียกท่านว่า คุณโยมประวาท บุนนาค ตั้งแต่ท่านเข้าวัดมา ถ้าจำไม่ผิด ประมาณปี ๒๕๒๐ ๒๕๒๑ แต่หลาน ๆ เรียกท่านว่า คุณอาประวาท บุนนาค ซึ่งบางทีหลวงพ่อก็เรียกตามหลาน ๆ ท่าน ซึ่งเต็มวัดเลย มีทั้งพระ ทั้งเณร อุบาสก อุบาสิกา
ท่านเป็นต้นบุญสร้างสภาธรรมกายสากล ซึ่งตอนนั้นยังเป็นท้องนาอยู่ โดยเฉพาะช่องกลางนี้ จากทิศเหนือไปถึงทิศใต้ กว้างประมาณ ๖๖ เมตร ช่องนี้ท่านเริ่มประเดิมก่อนเลย ใช้งบประมาณ ๘๐ M แล้วเราก็ค่อย ๆ ต่อบุญกันมาเรื่อย ๆ เดี๋ยวคนโน้น คนนี้ คนนั้นร่วมกัน ค่อย ๆ ร่วมกันสร้างทีละช่องๆ กันมา กฐินบ้าง ผ้าป่าบ้าง จนสำเร็จเป็นธรรมกายสากลหลังนี้ และสภาธรรมกายสากลหลังนี้เราก็ได้ใช้สร้างบารมีกันตลอดเวลาเลย น่าชื่นใจนะจ๊ะ
บุญสร้างสภาธรรมกายสากลนี้ว่าน่าชื่นใจแล้ว แต่แปลกหลวงพ่อประทับใจอยู่บุญหนึ่ง ซึ่งไปตรงกับใจของท่าน บุญนั้นก็คือ ครั้งแรกที่ท่านเป็นประธานกฐินของวัดพระธรรมกาย สมัยโน้นกว่าจะหาเงินได้สัก ๑ ล้าน มันยากมาก ๆ เลยนะ เหมือนเดิมก็ตรวจตราดูด้วยวิธีฝันในฝันอีกนั่นแหละ ก็เห็นท่านนี้ดวงบุญสว่างวาบ ท่านจะเป็นประธานกฐินนี้ได้ แล้วก็จะได้ปัจจัยมาสร้างวัดจำนวนถึง ๑ M
แล้วก็น่าอัศจรรย์ แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ตอนที่ท่านรับเป็นประธานกฐิน ท่านไม่มีเงินเลยสักสลึง ท่านแอบไปกู้เขามา เพราะท่านรู้ว่า หลวงพ่อไม่ชอบให้ใครไปกู้เงินมาทำบุญ ท่านมาเปิดเผยตอนที่ทำสำเร็จแล้ว ปกติท่านจะเปิดเผยกับหลวงพ่อ ไม่ค่อยจะมีความลับอะไรกัน ท่านจะเล่าให้ฟัง ใจหนึ่งก็แหม บอกแล้วไม่ให้ไปกู้มา เพราะหลวงพ่อไม่ชอบให้ใครไปกู้เงินมาทำบุญ เพราะมันไม่ถูกหลักวิชชา แต่ท่านบอกว่า ที่กู้เพราะท่านเห็นแล้วว่าสามารถใช้คืนได้ แล้วท่านก็ทำ ก็ปลื้มใจกับที่ท่านทำ
แล้วเพิ่งมาทราบว่า ท่านอธิษฐานว่า “ขอให้มีผู้มีบุญที่มีหัวใจอย่างท่าน มาช่วยกันสร้างบุญให้เยอะ ๆ” เพราะท่านเห็นว่า โครงงานของหลวงพ่อที่จะขยายธรรมะ วิชชาธรรมกายไปทั่วประเทศ ทั่วโลก ต้องใช้งบเยอะ แรงอธิษฐานท่านก็ศักดิ์สิทธิ์นะ ในที่สุดก็สมหวังดังใจอย่างที่เราได้เห็น ผู้มีบุญก็มากันเยอะแยะเลย ตอนนี้ขยายกันไปถึงต่างประเทศแล้ว
ท่านเป็นประธานกฐิน ๑ ล้าน ท่านแรกของวัดพระธรรมกาย
ทำบุญ ๑๐ M ท่านแรกของวัดพระธรรมกาย
ท่านชอบเป็นคนแรก ๆ ทำแล้วมีความสุข มีความเบิกบาน
ท่านไม่มีข้อสงสัยในคำแนะนำของหลวงพ่อในการให้ท่านสร้างบุญกุศล อุปมาเหมือนอย่างนี้ สมมติหลวงพ่อบอกท่านว่า “คุณโยมประวาท ผีเสื้อนี่นะ สามารถลากเครื่องบินให้บินไปได้บนท้องฟ้า ท่านจะไม่ถามสักคำเลย ท่านจะเอาเชือกไปผูกที่ผีเสื้อ แล้วก็โยงมาที่เครื่องบินอย่างนั้นเลย ไม่สงสัยเลยว่า ผีเสื้อมันจะลากเครื่องบินได้ไหม นั่นไม่ได้หมายถึงว่า ท่านไม่ได้ใช้สติปัญญา หรือเหตุผล หรือเชื่ออย่างงมงาย แต่ท่านรู้ว่า สิ่งที่หลวงพ่อแนะนำท่านนั้นต้องเป็นสิ่งที่ดี ต้องเป็นไปเพื่อการสร้างบารมี เพราะฉะนั้นข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่หลวงพ่อแนะนำท่านในการสร้างบารมี ไม่เคยมีในใจท่านเลย
หลวงพ่อธัมมชโย
๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕