ปลื้มบุญกฐิน ลูกอยู่ในสายตาสวรรค์
ปลื้มบุญกฐิน ลูกอยู่ในสายตาสวรรค์
บุญทอดกฐินสามัคคี ซึ่งเป็นกาลทาน ปีหนึ่งก็มีเพียงครั้งเดียว แล้วก็มีระยะเวลาแค่เดือนเดียว เราจะได้ถวายไตรจีวรแด่พระภิกษุสงฆ์ ได้ถวายไทยธรรม เพื่อจะได้นำมาทำงานพระศาสนา
ให้ลูกทุกคนมีความปลื้มปีติยินดีภาคภูมิใจในตัวของเราเองว่า สิ่งที่เราทำนี้ แม้แต่ชาวสวรรค์ก็ทำไม่ได้ ทำได้เฉพาะมนุษย์เท่านั้น มนุษย์ที่มีอยู่ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล ก็มีไม่มากที่จะทำได้อย่างนี้ โดยเฉพาะโลกของเราใบนี้ ชมพูทวีปนี้ ๖-๗ พันล้านคน ที่จะทำอย่างเรา ก็มีไม่กี่คน ในจำนวนไม่กี่คน เราเป็นคนหนึ่งในนั้น เพราะฉะนั้นเราควรจะมีความปีติและภาคภูมิใจในสิ่งที่เราจะได้ทำกันต่อไป ให้มีความปลื้มปีติยินดีกันอย่างนี้
ถ้าเราสั่งสมความดีกันในทุกๆ วัน ไม่ให้ขาดเลยแม้แต่เพียงวันเดียว ทั้งทาน ทั้งศีล ทั้งภาวนา เราจะหลงรักตัวเราเองว่า เราช่างเป็นคนดี ดำเนินชีวิตอย่างผู้ที่ดำเนินชีวิตอันประเสริฐ ได้ใช้วันเวลาในโลกมนุษย์นี้อย่างถูกหลักวิชชา เราจะมีความปลื้มปีติยินดีภาคภูมิใจในตัวของเรามากขึ้น มากขึ้นในระดับที่เรามีความสุขทุกวัน และความสุขนี้ก็จะขยายไปสู่เพื่อนมนุษย์ผู้ที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม กระแสแห่งความสุขภายในก็จะขยายออกไปในบรรยากาศ จะไปกระทบใจเขา
เราจะอยู่ในสายตาของเพื่อนมนุษย์ ไม่เฉพาะเทวดาเท่านั้น สิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในใจเรา จะเปลี่ยนแปลงตัวเราให้ดีขึ้น มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น ดีขึ้นในระดับที่ใครเห็นแล้วอยากทำตาม อยากมีความแตกต่างจากที่เคยเป็นมา อยากเป็นคนใหม่ที่เขาอยากจะเป็น ซึ่งแต่เดิมเขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไร แต่ว่าเมื่อเห็นเราเป็นต้นแบบอย่างนี้ เขาก็รู้แล้วว่าคำตอบอยู่ที่ตรงนี้ คืออยากจะเป็นคนอย่างที่เราเป็น แล้วความสุขก็จะขยายไปในทุกหนทุกแห่ง
ลูกทุกคนก็จะได้ชื่อว่า เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลก เป็นต้นบุญเหมือนต้นน้ำ แหล่งกำเนิดของน้ำ แต่นี่เป็นแหล่งกำเนิดของบุญ แหล่งกำเนิดของแสงสว่าง มันก็จะค่อยๆ ขยายกันออกไปอย่างนี้
ลูกทุกคนจะต้องตรึกนึกถึงดวงบุญใสๆ ด้วยใจที่เบิกบาน เราจะมีความบันเทิงทั้งในโลกนี้และในเทวโลก เราจะต้องตั้งผังชีวิตของเรา ระหว่างการสร้างบารมีในวัฏสงสารเพื่อไปสู่ที่สุดแห่งธรรม จะไปแค่ ๒ ภพภูมิเท่านั้น คือ มนุษย์กับเทวโลก และเทวโลกก็เฉพาะดุสิตบุรีวงบุญพิเศษเขตบรมโพธิสัตว์ จะไม่พลัดพรากจากหมู่คณะไป
เมื่อถึงเวลาลงมาเกิดก็มาเป็นทีม มาสร้างบารมีด้วยกายมนุษย์ เพราะกายมนุษย์สร้างบารมีแรงกว่ากายทิพย์ เหมือนปูที่มีกระดอง เต่าที่มีกระดอง มันแข็งแรง ถ้าเป็นกายทิพย์แล้วมันเหมือนเขาถอดกระดองออกไป มันก็อ่อนไปหน่อย ดังนั้นกายทิพย์ก็สร้างบารมีแบบกายหยาบไม่ได้ กายมนุษย์จะเป็นที่ชุมนุมของผู้รู้ ผู้มีอานุภาพที่จะนำเราไปสู่ที่สุดแห่งธรรม กายอื่นนั้นสู้กายนี้ไม่ได้
ตอนนี้ลูกได้กายนี้แล้ว ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะต้องสั่งสมบุญกันให้มากๆ ทั้งทาน ทั้งศีล ทั้งภาวนา ฝึกใจให้หยุดนิ่งให้ได้ ฝึกกันไปทุกวัน สักวันหนึ่งเราก็จะสมปรารถนา และเราก็จะได้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว เห็นบุญในตัวของเราด้วยตัวของเราเอง และความปลื้มปีติยินดีก็จะเกิดขึ้นเป็นทับทวีทีเดียว
วันอาทิตย์ที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙